ซากดึกดำบรรพ์และวิวัฒนาการมนุษย์ (ตามคำขอค่ะ)               
 
 
  มนุษย์มีสายวิวัฒนาการมาจากสัตว์กลุ่มไพรเมต (primate) ซึ่งถือเป็นกลุ่มของสัตว์
เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด สืบเชื้อสายมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรก
อาศัยและห้อยโหนอยู่บนต้นไม้เป็นส่วนใหญ่ ลักษณะสำคัญคือ สมองเจริญดีและมี
ขนาดใหญ่ มีขากรรไกรสั้นทำให้หน้าแบน ระบบสายตาใช้งานได้ดีโดยมองไปข้าง
หน้าระบบการดมกลิ่นไม่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น มีเล็บ
แบนทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้า มีพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อน สัตว์ในกลุ่มไพรเมต ได้แก่
กระแต ลิงลม ลิง ชะนี อุรังอุตัง กอริลล่า ชิมแพนซีและมนุษย์ สัตว์ในกลุ่มไพรเมต
มีวิวัฒนาการแยกออกเป็นสองสาย ได้แก่ โพรซิเมียน (prosimian) ดังแสดงด้วยเส้น
สีฟ้า ซึ่งเป็นสัตว์กลุ่มไพรเมตกลุ่มแรกๆที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ได้แก่ นางอายหรือลิงลม
และลิงทาร์ซิเออร์ (tarsier monkey)  ไพรเมตอีกสายหนึ่งคือ แอนโทรพอยด์
 (anthropoid) ดังแสดงด้วยเส้นสีเทา ได้แก่ ลิงมีหาง ลิงไม่มีหางและมนุษย์   
  ลิงมีหาง สามารถแยกเป็นลิงโลกใหม่และลิงโลกเก่าซึ่งแตกต่างกันในการใช้หางเพื่อห้อยโหน
ลิงโลกใหม่เป็น กลุ่มที่ใช้หางในการห้อยโหนได้ เช่น ลิงสไปเดอร์ (spider monkey) ลิงทาร์มาริน (tarmarins) เป็นต้น ส่วนลิงโลกเก่านั้นไม่สามารถใช้หางในการห้อยโหนได้ เช่น ลิงกัง ลิงแสม
ลิงบาบูน เป็นต้น
          ลิงไม่มีหางหรือเอพ (ape) มีสายวิวัฒนาการมาจากลิงโลกเก่า แบ่งได้เป็น
4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ชะนี อุรังอุตัง กอริลล่า และชิมแพนซี จากการศึกษาสารพันธุกรรม
ทำให้เราทราบว่า เอพแอฟริกา ได้แก่ กอริลล่าและชิมแพนซีนั้นมีความใกล้ชิดทางสาย
วิวัฒนาการกับมนุษย์มากกว่าเอพเอเชีย ซึ่งได้แก่ ชะนีและอุรังอุตัง ซึ่งมีจำนวนโครโมโซม
48 อัน ในขณะที่มนุษย์มี 46 อัน โดยเฉพาะชิมแพนซีนั้น มีหมู่เลือด ABO เช่นเดียว
กับมนุษย์ และจากหลักฐานทางชีววิทยาระดับโมเลกุลพบว่าดีเอ็นเอของมนุษย์มีความ
คล้ายกันกับชิมแพนซีถึง 98.4% นอกจากนี้หลักฐานดังกล่าวยังทำให้สันนิษฐานได้ว่า
บรรพบุรุษของมนุษย์ วิวัฒนาการแยกจากลิงไม่มีหางเมื่อประมาณ 7.5-4 ล้านปีที่ผ่านมา
 

 

 

 
ในช่วงปลายสมัยไมโอซีนมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลให้สภาพ
แวดล้อมในธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป เช่น ป่าไม้ลดลงจนบางแห่งกลายเป็นทุ่งหญ้า
ทำให้ที่อยู่อาศัยและปริมาณอาหารเปลี่ยนแปลงไป เกิดการแก่งแย่งกันของสิ่งมีชีวิต
 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสายวิวัฒนาการของเอพ
ไปสู่บรรพบุรุษของมนุษย์ที่สามารถยืนตัวตรงได้ มีการลดขนาดเขี้ยวและขยายขนาดฟันกราม
          บรรพบุรุษของมนุษย์เริ่มปรากฏครั้งแรกในสมัยไมโอซีน ในราวประมาณ
 4.3 ล้านปีก่อน บรรพบุรุษที่มีความคล้ายมนุษย์มากที่สุดคือ ออสทราโลพิเทคัส (Australopithecus)
ในปี พ.ศ.2518 นักบรรพชีวินได้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ที่มีความสมบูรณ์ประมาณ
 40 เปอร์เซ็นต์ในเอทิโอเปีย และได้ตั้งชื่อตามบริเวณที่พบคือ Afar Triangle ว่า Australopithecus afarensis คาดว่า A. afarensis มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 2.9-3.9 ล้านปีก่อน จาก
หลักฐานของลักษณะรอยเท้าที่ปรากฏในเถ้าภูเขาไฟ จากกระดูกกะโหลกศีรษะแล
กระดูกเชิงกรานทำให้สันนิษฐานได้ว่า A. afarensis มีแขนยาวจึงน่าสามารถดำรงชีวิต
บางส่วนอยู่บนต้นไม้และสามารถเดินสองขาบนพื้นดินได้ดีแต่ก็ยังไม่เหมือนมนุษย์ มีความจุ
สมองประมาณ 400-500 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีฟันเขี้ยวที่ลดรูปลง ปัจจุบันเชื่อว่า A. afarensis
 เป็นบรรพบุรุษของออสทราโลพิเทคัสสปีชีส์อื่นๆ และมนุษย์จีนัสโฮโมด้วย
ภาพสันนิษฐานลักษณะของ A. afarensis   ซากดึกดำบรรพ์ของ A. afarensis พบที่
เอธิโอเปียซากดึกดำบรรพ์รอยเท้าที่ปรากฏในเถ้าภูเขาไฟ หรือที่นักบรรพชีวินเรียกว่า
ลูซี สูงประมาณ 1 เมตร 

          มนุษย์จีนัสโฮโมมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ล้านปีที่ผ่านมา
 ซากดึกดำบรรพ์ของจีนัสโฮโมที่พบว่ามีอายุมากที่สุดคือ Homo habilis ในชั้นหิน
อายุ 1.8 ล้านปีทางตอนใต้ของแอฟริกา มีความจุสมองประมาณ 750 ลูกบาศก์เซนติเมตร
มีความสูงประมาณ 1.5 เมตร มีกระดูกนิ้วมือที่คล้ายมนุษย์ปัจจุบันมากจึงน่าจะช่วยให้
สามารถหยิบจับหรือใช้เครื่องมือได้ดี ซึ่งจากหลักฐานที่พบในบริเวณเดียวกับซาก
ดึกดำบรรพ์โครงร่างกระดูก เช่น เครื่องมือหินและร่องรอยการอยู่อาศัย ทำให้สันนิษฐาน
ได้ว่า H. habilis อาจเป็นพวกแรกที่รู้จักการประดิษฐ์ขวาน สิ่ว มีดจากหินเพื่อนำมา
ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตก็เป็นได้
 

Homo erectus เป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่อพยพมาจากแอฟริกาไปยังเอเชีย
และยุโรป พบซากดึกดำบรรพ์โครงกระดูกมากในแถบเอเชียรวมทั้งหมู่เกาะ
อินโดนีเชีย ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในหมู่เกาะชวา และรู้จักกันในวงกว้างจะ
เรียกว่า มนุษย์ชวา (Java man) และที่พบในปักกิ่ง ซึ่งเป็น สปีชีส์เดียวกัน
เรียกว่า มนุษย์ปักกิ่ง (Beijing man หรือ Peking man)
H. erectus มีอายุประมาณ 1.8 ล้านปีถึง 500,000 ปีที่ผ่านมา มีความจุ
สมองประมาณ 1,100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีความสูงประมาณ 1.6-1.8 เมตร
ผู้ชายมีขนาดใหญ่กว่าผู้หญิง เดินตัวตรงเหมือนมนุษย์มากขึ้น สามารถประดิษฐ์แ
ละใช้เครื่องมือที่เฉพาะงาน และเริ่มรู้จักใช้ไฟ คาดว่ามนุษย์กลุ่มนี้น่า
จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีสังคม วัฒนธรรมและภาษาเกิดขึ้น

 ในปัจจุบัน จากผลการศึกษาความหลากหลายของ mitochondria DNA
ในตัวอย่างคนพื้นเมืองจากภูมิภาคต่างๆ ทำให้พบข้อมูลเกี่ยวกับกำเนิดของ
มนุษย์ปัจจุบันโดยผลการศึกษาสนับสนุนแนวสมมติฐานที่ว่ามนุษย์ปัจจุบันนั้น
ถือกำเนิดขึ้นมาจากแอฟริกา และมีการแพร่กระจายออกสู่สถานที่ต่างๆ
เมื่อราวแสนปีที่ผ่านมานี่เอง
 
แหล่งที่มา:http://www.centerworm.ob.tc/page2.html

 

 


 

 
 

edit @ 10 Jul 2011 15:00:19 by นางสาว อรพรรณ กมลนาวิน

edit @ 10 Jul 2011 15:14:24 by นางสาว อรพรรณ กมลนาวิน

Comment

Comment:

Tweet

embarrassed

#16 By (118.172.117.137) on 2012-01-09 17:56

ขอคุนคะสำหรับความรู้เพิิ่มเติม sad smile

#15 By budsagon on 2011-08-22 12:52

เยี่ยมมากๆconfused smile

#14 By natsusuda on 2011-08-01 18:33

น่าศึกษามากเลยคะopen-mounthed smile

#13 By supakorn nuangmajcha on 2011-08-01 13:31

สวยจังเลยคะ

#12 By natsusuda on 2011-07-27 18:31

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
มาตรวจงานตามคำเชิญนะครับ
ทำได้ดีมากครับ ทำต่อไปนะครับให้ได้แหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์ครับ

#10 By ครูวิสูตร ยอดสุข (202.143.183.68) on 2011-07-15 11:55

ข้อมูลดีมากครับ
มีความรู้มากเลยครับ big smile big smile

#9 By Thiboadee on 2011-07-11 19:52

เนื้อหาเยี่ยมมาครับ ^^

#8 By (125.24.216.249) on 2011-07-11 19:51

เนื้อหาน่าสนใจมากค่ะ อ่านแล้วสนุกดี

#7 By Nantatchaporn Thamvichit on 2011-07-11 19:23

ขอบคุนครับ

#6 By Scott Bright (183.89.71.38) on 2011-07-10 21:43

โอโห้ ได้รู้ถึงดึกดำบรรพ์ของมนุษย์เลยนะเนี้ยย big smile

#5 By mushroomlheeyuying on 2011-07-10 21:42

Thank you ^^

#4 By Tiny (14.207.217.252) on 2011-07-10 21:42

thx for knowledge

#3 By O_A_SIS (158.108.181.107) on 2011-07-10 16:57

กำลังหาข้อมูลทำรายงานอยู่เลยคับ ขอบคุณคับ

#2 By ปอมมี่ (158.108.237.167) on 2011-07-10 15:51

ขอบคุณสำหรับความรู้นะค่ะ ^^

#1 By Siwaporn5/1_sp on 2011-07-10 15:30