การลำดับชั้นหิน

posted on 10 Jul 2011 14:18 by orapanz
                                     การลำดับชั้นหิน                                                 
 
 การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ล้วนถูกบันทึกอยู่ในแผ่นหิน จึงได้มีผู้กล่าวว่า “หินเสมือนเป็นสมุดบันทึกประวัติศาสตร์โลก” ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งรูปแบบและตำแหน่งที่ตั้งจะปรากฏร่องรอยอยู่บนเปลือกโลก การศึกษา การลำดับชั้นหิน จึงสามารถบอกบอกประวัติความเป็นมาของพื้นที่นั้น ๆ ได้
 

ทางธรณีวิทยาที่เสนอว่า "ปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันล้วนเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต" หรืออาจสรุปเป็นคำกล่าวสั้นๆว่า

ปัจจุบันคือกุญแจไขไปสู่อดีต (Present is the key to understand the past)

 

 

 

 หลักการเบื้องต้นของการเรียงลำดับชั้นหิน

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับลำดับชั้นหิน อาศัยหลักพื้นฐานใหญ่ ๆ 3 ประการดังนี้

หลักการวางตัวซ้อนทับ (Law of Superposition)

นายเจมส์ ฮัตตัน (James Hutton) เป็นบุคคลแรกที่เสนอความคิดเกี่ยวกับ

หลักการวางตัวซ้อนทับ โดยเขาได้ศึกษากระบวนการตกทับถมของตะกอน

ตามชายหาดและพบว่าชั้นตะกอนที่ตกทับถมในตอนแรกจะถูกปิดทับโดย

ชั้นตะกอนที่ตกทับถมในเวลาถัดมา และความคิดนี้ใช้ได้กับชั้นหินที่วาง

ตัวซ้อนๆ กัน หินแต่ละชั้นเกิดจากการสะสมตัวในช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็น

ช่วงเวลาที่ยาวหรือสั้น ช่วงเวลาต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ในรูปของ

ชั้นหินที่เรียงซ้อนกันเป็นลำดับจากล่างไปบน ลำดับชั้นหินอาจต่อเนื่อง

หรือการสะสมตัวของตะกอนอาจมีการหยุดชะงัก หลักการวางตัวซ้อนทับ

 สรุปได้ว่า ในลำดับชั้นหินที่ไม่ถูกรบกวนจากกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิด

ภายหลังนั้นชั้นหินที่วางตัวอยู่บนจะมีอายุอ่อนกว่า และชั้นหินที่วาง

ตัวอยู่ล่างจะมีอายุแก่กว่า

หลักความเป็นเอกภาพ (law of Uniformitarianism)

นอกจากหลักการเกี่ยวกับการวางตัวซ้อนทับแล้วนายเจมส์ ฮัตตัน

ยังได้กล่าวถึงหลักการพื้นฐานอันสำคัญอีกข้อหนึ่ง โดยเขาได้สังเกต

การกัดกร่อนของธารน้ำในหุบเขา และตามชายฝั่งและสรุปว่าหินชั้น

ชนิดต่าง ๆ เกิดจากการสะสมตัวของวัสดุที่ได้มาจากการสึกกร่อนและ

การผุพังทะลายของหินเก่าดั้งเดิม จากการสังเกตนี้ เขาสรุปเป็นหลัก

พื้นฐานข้อหนึ่งของวิชาธรณีวิทยาว่า การเกิดหินชนิดต่าง ๆ นั้นเรา

สามารถอธิบายโดยอาศัยหลักของกระบวนการต่าง ๆ ที่กำลังเกิดอยู่

ในปัจจุบันได้ หลักการนี้อาจจะพูดได้ว่า ปัจจุบันสามารถจะใช้เป็น

กุญแจอธิบายถึงอดีตกาลได้ และความคิดอันนี้ได้กลายมาเป็นหลัก

พื้นฐานที่รู้จักกันในนามของหลักความเป็นเอกภาพ

 

 

หลักการใช้ซากดึกดำบรรพ์ในการหาความสัมพันธ์ (fossil correlation)

หลักการพื้นฐานข้อที่สามเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ที่พบในชั้นหินต่าง ๆ

โดยได้มีการค้นพบว่า ซากดึกดำบรรพ์ที่เกิดในชั้นหินต่าง ๆ นั้น มีรูปร่าง

และเผ่าพันธุ์แตกต่างกันไป ทั้งๆ ที่ชั้นหินอาจจะวางซ้อนอยู่ใกล้ๆ กัน

ดังนั้น จึงมีการใช้ซากดึกดำบรรพ์ที่แตกต่างกันนี้มาตรวจสอบและแยก

แยะชั้นหินที่มีซากเหล่านี้ ความคิดนี้จึงทำให้เกิดหลักการพื้นฐานที่เรียกว่า

 การหาความสัมพันธ์ของชั้นหินโดยอาศัยซากดึกดำบรรพ์ หลักการนี้ค้นพบ

โดย นายวิลเลียม สมิธ (William Smith) นักสำรวจและวิศวกรชาวอังกฤษ

เขาแสดงให้เห็นว่า การที่จะหาความสัมพันธ์ทางเวลาของปรากฏการณ์ต่าง ๆ

 ได้ก็โดยอาศัยการพบซากดึกดำบรรพ์ที่คล้ายคลึงกันในสถานที่ต่าง ๆ กัน

 ปัจจุบันได้มีการนำวิธีการนี้มาใช้ประโยชน์ในการค้นหาแหล่งถ่านหินและ

เชื้อเพลิงธรรมชาติตลอดจนแร่ที่มีค่าทางเศรษฐกิจอื่น ๆ 

 แหล่งที่มา:http://www.anek2009.ob.tc/earth_astro/eart8.htm

 

edit @ 10 Jul 2011 14:27:16 by นางสาว อรพรรณ กมลนาวิน

edit @ 10 Jul 2011 14:28:08 by นางสาว อรพรรณ กมลนาวิน

Comment

Comment:

Tweet

ชอบชอบๆ

#8 By ธิดารัตน์ (125.26.153.159) on 2012-03-09 11:45

เบ้อ

#7 By คนน่ารัก (118.173.13.8) on 2012-01-09 14:01

เป็นเรื่องที่น่าสนใจอะ เมืองไทยไม่ค่อยมีคนเรียนด้วย -.-

#6 By minikoong (125.25.156.1) on 2011-07-10 21:49

ข้อมูลเยอะดีครับ

#5 By Scott Bright (183.89.71.38) on 2011-07-10 21:44

thank u

#4 By O_A_SIS (158.108.181.107) on 2011-07-10 16:59

เป็นประโยชน์มากคับ

#3 By ppppp (158.108.237.167) on 2011-07-10 15:52

big smile big smile ข้อมูลดีจริงๆค่ะ

#2 By Siwaporn5/1_sp on 2011-07-10 15:31

open-mounthed smile open-mounthed smile

#1 By ปิยะ99 on 2011-07-10 14:27